รอบรู้รอบโลก

แนวคิดที่แฝงอยู่เบื้องหลังเทพีเสรีภาพ

หญิงสาวสวมชุดยาว มือขวาถือคบไฟแห่งปัญญา มือซ้ายถือหนังสือกฎแห่งสถาปัตยกรรมสูงสุด ที่มีวันประกาศอิสรภาพ ของอเมริกาจารึกไว้หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “เทพีเสรีภาพ” ที่ตั้งเป็นจุดสนใจและคอยต้อนรับผู้มาเยือนนิวยอร์ค สหัฐอเมริการิกา มิได้มีความสำคัญเพียงแค่การสร้างรูปปั้นยักษ์เท่านั้น แต่มันจะต้องสร้างอารมณ์ในหัวใจของผู้ที่ได้ชม มิใช่เพียงเพราะความมโหฬารแต่เพราะว่าขนาดใหญ่นั้นเทียบกับแนวความคิดที่แฝงอยู่เบื้องหลัง ดินแดนที่มันตั้งอยู่บนนั้น รูปปั้นจึงเป็นพียงสัญลักษณ์ เป็นเพียงสิ่งที่ทำขึ้นจากทองแดง หินแกรนิต และโลหะ สิ่งที่มันบอกให้เราเกิดความรู้สึก แต่ภายในจิตใจต่างหากที่สำคัญ เราทุกคนล้วนเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากบรรพบุรุษซึ่งทำงาน และต่อสู้ในวาระต่าง ๆ ทุ่นเทกำลังจนสุดก้นบึ้งของวิญญาณเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพ ถ้าเราอยากจะรู้จักกับรูปปั้นนี้จริง ๆ เราควรจะเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “เสรีภาพคืออะไร” เสรีภาพคืออารยธรรมสูงสุด และชั่วร้ายน้อยที่สุดในโลก เสรีภาพคือ การไร้ซึ่งข้อจำกัด และขอบเขต หรือสิ่งที่กีดขวางทั้งปวง มันคืออิสรภาพของบุคคล ซึ่งทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นตัวของตัวเองตามที่ต้องการนั้นคือเสรีภาพ มันไม่ใช่ความสุข ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ความจริง แต่มันคือการได้เป็นตัวของตัวเอง ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1875 ณ ถนนที่พักอาศัยอันเงียบสงบในกรุงปารีส ซึ่งไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น งานสร้างรูปปั้นแบบที่ไม่เคยมีการสร้างมาก่อนได้เริ่มขึ้น มันคือของกำนัลที่ประชาชนฝรั่งเศส พึงจะมอบให้ประชาชนสหรัฐอเมริกาซึ่งจะเฉลิมฉลองอุดมการณ์ที่เรียกว่า “เสรีภาพ” เมื่อเสร็จสมบูรณ์ มันจะกลายเป็นรูปปั้นที่สูงที่สุดในโลก คบไฟทะยานสูงเหนือท่าเรือ 305 ฟุต สูงยิ่งกว่าสะพานบรุคลิน (Brooklyn… read more »

หมีกริซลี่เป็นสัตว์ดุร้ายจริงหรือไม่

หมีกริซลี่เป็นสัตว์ที่มุนษย์เชื่อว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่อันตราย และกินเนื้อเป็นอาหาร แต่พวกมันทำเช่นนั้น เพื่อความอยู่รอด พวกมันจึงต้องเร่งเพิ่มน้ำหนัก และใช้เวลาในฤดูกาลต่างๆ จากสายใยชีวิตแห่งหนึ่งไปสู่แห่งต่อไปในอลาสก้า ฤดูใบไม้ผลิฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงหมีมีเวลาเพียง 3 ฤดูในการกักตุนไขมันที่จำเป็น เพื่ออยู่รอดในฤดูหนาว หมีกริซลี่จึงจำเป็นต้องไปให้ถูกที่ตามเวลาอันเหมาะสม เมื่อฤดูใบไม้ผลิผ่านเข้ามา ช่วงกลางวันที่ยาวนานจะกระตุ้นให้พืชงอกงาม สัตว์เริ่มคึกคัก หมีเป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ และสามารถใช้ประโยชน์จากอาหารทั้งสองแบบ ในฤดูร้อน เนื้อเป็นอาหารที่น่าลิ้มลอง หมีจำนวนมากจึงตามรอยสัตว์ต่างๆ เพื่อหวังจะได้ลิ้มรสเนื้อของตัวอ่อน ฤดูใบไม้ผลิเป็นเวลากินผลไม้ที่มีมาก ก่อนที่พืชจะหยุดการผลิตในฤดูหนาว มีเนื้อน้อยลง และในฤดูหนาว แทบจะไม่มีอาหารเลย หมีกริซลี่จึงลดความเสี่ยงโดยการจำศีลฤดูกาลนำมาซึ่งเมนูอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ชีวิตสำหรับหมีคือการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับแคลอรี่ทั้งสิ้นหมีมีอยู่7 ชนิดในโลก หมีสีน้ำตาลอาศัยอยู่ในป่าและที่ราบทุนดร้าแห่งยูเรเซีย รวมทั้งอเมริกาเหนือ ซึ่งชื่อว่า “กริซลี่” มาจากเส้นขนที่มีสีเทาแซมประปรายของมัน ในทะเลที่เยือกแข็งแห่งขั้วโลกเหนือ เป็นที่อยู่ของหมีขนาดใหญ่ที่สุดพวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าขะใช้เวลาส่วนใหญ่กลางทะเล แต่พวกมมันแทบจะไม่กินพืชเลย แต่จะกินแมวน้ำเป็นหลัก ด้วยชั้นไขมันหนาและขนที่ปกคลุมทั่วร่าง ทำให้พวกมันต้านความหนาวจัดได้ แม้ในอุณหภูมิลบ 30 องศา หมีก็ยังรักษาอุณหภูมิไว้ได้ตามปกติ พวกมันยังสามารถรับมือกับภัยแล้งได้โดยประทังชีพด้วยชั้นไขมันไปนานหลายเดือน หมีดำอาศัยอยู่ร่วมกับหมีกริซลี่ในป่าแห่งอเมริกาเหนือหลายแห่ง แต่หมีดำกลับมิได้อยู่ในข่ายเดียวกับหมี กริซลี่ พวกมันกินพืชมากกว่า รวมทั้งกินสัตว์ขนาดเล็กที่กริซลี่มองข้ามไป เช่นตัวอ่อนด้วงที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกไม้หรือรากไม้อีกด้วย หมีแว่นสเปคเตเคิ้ลเทียบได้กับหมีดำบนเทือกเขาแอนดิสแห่งอเมริกาใต้ พวกมันจะค้นรังและซุ่มจับหนู… read more »

กวางคาริบูเพศเมียก็มีเขา

คาริบูมันเป็นกวางชนิดเดียว ซึ่งทั้งเพศผู้และเพศเมียต่างมีเขา ชื่อมาจากภาษาอินเดียแดงว่า “ซาลิบู” หมายถึงสัตว์ซึ่งท่องไปบนพื้นดิน เพื่อหาอาหารในฤดูหนาว เพศเมียขะใช้เขาต่อสู้เพื่อช่วงชิงแหล่งอาหารจากคาริบูตัวอื่น ทำให้เขาของพวกมันหักหรือหลุดไปก่อนเวลาอันควร พวกมันมักจะใช้เดือนในฤดูหนาวอาศัยใต้แนวต้นไม้ ตามปกติพวกมันจะอาศัยอยู่ใต้ร่มของป่าสน ที่นี่ต้นไม้จะช่วยป้องกันสายลมที่หนาวเหน็บ แต่ป่ายังเป็นบ้านของศัตรูตัวฉจากของคาริบูอีกด้วย นั่นคือสุนัขป่า ซากแช่แข็งของคาริบูยังเป็นอาหารอาหารในฤดูหนาวสำหรับนักล่าขนาดเล็กพวกนี้จุดเริ่มต้นของเดือนกุมภาพันธ์คือสัญญาณแรกของฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะผ่านเข้ามา สัญชาติญาณของคาริบูถูกกระตุ้นโดยช่วงกลางวันอันยาวนาน ยามที่พวกมันมุ่งหน้าขึ้นเหนือ กีบเท้าที่แผ่กว้างช่วยให้พวกมันสามารถเดินบนหิมะได้อย่างง่ายดาย พวกมันจะออกหาอาหาร โดยการทิ่มปากลงไปในกองหิมะ เพื่อดมหากลิ่นของหญ้าและไลเค่นซึ่งเป็นอาหารในช่วงฤดูหนาว เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มีสารอาหารน้อยมากคสาริบูจึงต้องกินปริมาณมากทุกวันพวกมันใช้กีบเท้าอันแหลมคมขุดหลุมในหิมะ ค้นหาพืชที่ถูกฝัง คาริบูเพศเมียตั้งครรภ์มันจะเป็นตัวแรกที่เริ่มการเดินทาง พวกมันจะออกจากที่พักฤดูหนาวทางตะวันออกของ คาบสมุทร ซีเวิร์ดของอลาสก้า เพื่อเดินทางไปที่ราบทุนดร้าที่ไกลขึ้นไปหลายร้อยไมล์ทางเหนือ ก่อนจะให้กำเนิดคาริบูตัวน้อย ยามออกเดินทางไปบนเส้นทางอันแสนไกล คาริบูกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเพศเมีย ทุก ๆ ฤดูใบไม้ผลิ แม่น้ำกลับคร่าชีวิตไปมากขณะที่ฝูงคาริบูพยายามฝ่าฟันข้ามไป เพศเมียที่ท้อง ต้องเผชิญกับแม่น้ำยามเลวร้ายที่สุด หากว่าพวกมันตาย ลูกน้อยนื้องก็จะตายไปด้วย ถึงแม้ว่าขนหนาของคาริบูจะสามารถดักจับอากาศและช่วยในการลอยตัวได้ดีพอ ๆ กับป้องกันจากอุณหภูมิหนาวเย็นที่อาจสังหารมนุษย์ได้ภายในไม่กี่นาที แต่คาริบูไม่สามารถว่ายน้ำได้ตลอดไป ถ้าหากว่าพวกมันยังไม่สามารถหาทางขึ้นไม่พบ หายนะอาจเกิดขึ้นกับทั้งฝูงหลังจากที่พวกมันต้องเผชิญหน้ากับสภาพของแม่น้ำอันหนาวเหน็บแล้ว พวกมันยังต้องเผชิญกับการเดินทางที่ลำบากกว่าในภูมิประเทศที่ลาดชันและขุระ เบื้องหน้า ฝูงจะต้องเผชิญแนวสันเขาที่ที่ทอดผ่านเส้นทางขึ้นเหนือของพวกมันโดยตรง ที่นี่อาหารหายากเช่นกัน พวกมันจะพยายามทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงสายลมอันเยือกเย็นที่พัดเหนือยอดเขา เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายให้ทันเวลาคลอดลูก วันนี้ คาริบูกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วเขตแดนในขั้วโลกเหนือ ดูเหมือนว่าการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของมันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณแห่งขั้วโลกเหนืออันหนาวเย็น… read more »

ก่อนจะมาเป็นแมวบ้านที่เราเลี้ยงกัน

แมวบ้านนั้น พวกมันอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์นับตั้งแต่แรกเริ่มอารยะธรรม แต่พวกมันมีอายุสั้นกว่ามนุษย์ จึงมีวัยเยาว์ที่แสนสั้น ทารกน้อยที่อายุเท่าลูกแมวคือ 6 สัปดาห์ ยังวิ่ง กระโดดและสำรวจไม่ได้ พอถึงเวลาที่ลูกแมวอายุได้ 5 เดือน เด็กยิ่งกว่าทารกเสียอีก พวกแมวกลับกลายเป็นรุ่นใหญ่แล้ว และมีชีวิตที่เต็มไปด้วยการผจญภัยความสัมพันธ์ของมนุษย์ช่วยแมวได้ยิ่งมนุษย์มีจำนวนมากขึ้นเท่าใด แมวบ้านก็เช่นกันตอนนี้มีแมวราว 450 ล้านตัวในโลก ทำให้แมวบ้านเป็นสายสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่มิได้หมายความว่าพวกมันจะพึ่งพาตัวเองไม่ได้แมวบ้านยังคงลักษณะทางกายภาพเยื่ยงบรรพบุรุษแมวป่าทุกประการ ทั้งการสปริงตัวและความคล่องแคล่วความสามารถที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บถ้าตกจากที่สูง โดยใช้ปฏิกิริยาตอบสนองแบบไรติ้ง คือสามารถพลิกตัวกลางอากาศอัตโนมัติแล้วลงมายืนบนเท้าทั้งสี่ได้อย่างปลอดภัย แมวบ้านก็เหมือนกับแมวป่า มันจะไม่ทำสิ่งใดมากกว่าที่จำเป็น และใช้เวลามากถึง 18 ชั่วโมงกับการนอน ในป่าแมวมันจะออกล่าในยามค่ำคืน พวกมันมีดวงตาที่สามารถมองเห็นในเวลากลางคืนได้ท่ามกลางแสงสลัว มากกว่าที่มนุษย์จะมองเห็นได้ถึง 6 เท่าทุกวันนี้ มีแมวทั้งสิ้น 37 สายพันธุ์ สิ่งแรกที่คนนึกถึงมันก็คือ วิธีเคลื่อนไหว วิธีใช้ชีวิตและล่าตามลำพัง พวกมันต่างจากสุนัขและหมี ซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อเช่นกัน เพราะแมวจะกินแต่เนื้อเพียงอย่างเดียวแล้วอะไรทำให้แมวเป็นสัตว์เช่นนี้ มันเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน โครงกระดูกที่น้ำหนักเบาและยืดหยุ่นแต่มั่นคงกระดูกสันหลัง ซึ่งรวมไปถึงหางถ่วงสมดุล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดสำหรับร่างกายอันยืดหยุ่นของแมวแผ่นกลมระหว่างกระดูกสันหลังหนายิ่งกว่าสัตว์หลายชนิด และข้อต่อระหว่างกระดูกก็หลวมกว่าทำให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นแมวจะเดินด้วยนิ้วเท้าซึ่งช่วยเพิ่มความยาวให้ขาอย่างได้ผล และระยะของแต่ละก้าวทำให้แมวเดินได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ ความลับอีกส่วนหนึ่งของความคล่องแคล่วของแมวอยู่ที่รูปลักษณ์ของบ่า กล้ามเนื้อจะทำหน้าที่เหมือนสปริง มันยืดหยุ่นยิ่งกว่ากล้ามเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ พวกมันจะขยายและหดกล้ามเนื้อเหมือนสายบันจี้ และทำให้แมวมีความสามารถกระโดดสูงได้หลายเท่าตัว มนุษย์ที่มีกล้ามเนื้อเหมือนแมวสามารถกระโดดจากพื้นดินขึ้นหลังคาบ้านได้ ยามที่แมวกระโดด… read more »

นครวาติกันมนต์ขลังมิเสื่อมคลาย

เบื้องหลังกำแพงอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่หลายศตวรรษ ใจกลางกรุงโรมของประเทศอิตาลี คือสถานที่ที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังและความศักดิ์สิทธิ์ เป็นดั่งสถานที่ที่กาลเวลาหยุดนิ่งภายในประเทศที่เล็กที่สุดในโลก ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 ภายใต้สนธิสัญญากับรัฐบาลอิตาลีซึ่งถูกปกครองโดยชายคนหนึ่ง ด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และเป็นแห่งเดียวในทวีปยุโรปที่ยังคงใช้ระบบการปกครองดั้งเดิมนี้ สถานที่แห่งนี้ คือ “นครวาติกัน (Vatican City)” ประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรป ที่มีสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นองค์พระประมุข หากแต่มีความยิ่งใหญ่ในการเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของชาติตะวันตก และเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวคาทอลิกทั้งมวลที่เชื่อว่า นครวาติกันแห่งนี้ คือสถานที่ที่ทุกๆ คนสามารถอยู่ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ย้อนกลับไปในสมัยต้นคริสตกาล นักบุญเปโตร ซึ่งเป็นอัครสาวกเอกของพระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงประกาศไว้ว่า “เปโตร คือ ก้อนหินที่พระองค์จะใช้เป็นรากฐานในการสร้างวิหาร” พร้อมด้วยอัครสาวกนักบุญพอลได้เดินทางเข้าสู่กรุงโรม เพื่อเผยแพร่ศาสนา ในช่วงต้นคริสตกาลด้วยบทลงโทษที่มีต่อผู้ศรัทธาต่อคริสตศาสนาในสมัยนั้นนักบุญเปโตร จึงถูกจับและถูกตรึงบนไม้กางเขน ร่างของนักบุญเปโตรถูกนำไปฝังไว้ในสุสานเล็กๆอันเรียบง่ายข้างเนินวาติกัน (Vatican Hill) จวบจนกระทั่ง 300 ปีให้หลังพระเจ้าคอนสแตนตินองค์จักรพรรดิผู้ทรงเป็นคริสต์ศาสนิกชนพระองค์แรกของโรมประกาศให้สร้างวิหารอันยิ่งใหญ่ขึ้นเหนือสุสานนักบุญเปโตร สำนักวาติกัน ได้ถือเป็นประเพณีมาโดยตลอดว่า นักบุญเปโตรถูกฝังอยู่ใต้วิหารแห่งนี้ แต่จนถึงปลายยุค 1930 พวกเขาก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ จนกระทั่งในปี 1939 ขณะที่คนงานที่กำลังปฏิสังขรณ์คูหาใต้วิหาร เหล่าคนงานก็ได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจนั่นก็คือ สุสานโรมันโบราณอยู่ภายใต้พื้นดินที่พวกเขาขุดกันอยู่ ซึ่งไม่ใช่หลุมศพเพียงแค่หลุมเดียวหากแต่เป็นสุสานขนาดใหญ่ หลังจากใช้เวลาขุดลงไปนานหลายเดือน พวกเขาก็ขุดจนถึงส่วนของหลุมศพที่มีความเก่าแก่มาก ใกล้กับบริเวณด้านล่างแท่นบูชา และตรงใต้แท่นบูชา… read more »

Sidebar



Skip to toolbar