สุขภาพและความงาม

6 ผักผลไม้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนคงอยากจะมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน ทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าท้อง หรือว่ากล้ามขาล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจจากฝ่ายตรงข้ามได้ดีนัก บางคนจึงไปสรรหาอาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อมาบำรุงกันยกใหญ่ แต่ก็คงยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าผักผลไม้อาหารที่ได้จากธรรมชาตินี่แหละที่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดีไม่แพ้อาหารเสริมเหมือนกัน เอาล่ะเอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่รู้ว่ามีผักผลไม้ชนิดใดบ้าง วันนี้เราได้คัดสรรมาให้คุณแล้ว ถ้ารู้แล้วอย่าลืมหามารับประทานกันนะจ้ะ 1. แอ๊ปเปิ้ล จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แก่ร่างกายได้ดีทีเดียว ซึ่งในแอปเปิ้ลจะมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย อาทิ คาร์โบไฮเดรต,วิตามินต่างๆ, เบต้าแคโรทีน ฯลฯ และที่สำคัญนั่นก็คือแอปเปิ้ลมีสาร “เควอซิทิน” ที่ช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อสำหรับผู้ที่ออกกำลังอย่างหนัก อีกทั้งยังนำมารับประทานในช่วงที่คุณลดน้ำหนักได้ด้วยเพราะจะทำให้น้ำหนักคุณลดลงได้อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว 2. กล้วย กล้วยผลไม้ที่ไม่ใช่กล้วยๆ เพราะกล้วยเป็นแหล่งอุดมสารอาหารทั้งโปรตีน,คาร์โบไฮเดรต,ฟอสฟลอรัส,ธาตุเหล็ก,วิตามินเอ อีกทั้งยังมีแมกนีเซียม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเพราะแมกนีเซียมจะช่วยให้กล้ามเนื้อนั้นฟื้นตัวและมีแรงขึ้นนั่นเอง ซึ่งกล้วยนั้นสามารถรับประทานได้ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย ดีและมีประโยชน์แบบนี้อย่าลืมหามารับประทานกันนะจ้ะ 3. เชอร์รี่ ผลไม้สีแดงรสชาติหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อาทิ คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, เบต้าแคโรทีน, วิตามินต่างๆ ซึ่งเชอร์รี่มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้ออย่างยิ่งเพราะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกทั้งยังลดความอ่อนล้าและช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อในผู้ที่ออกกำลังกายหนักๆ ได้อีกด้วย 4. มันเทศ มันเทศจัดเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่างยิ่ง เพราะมีทั้งคาร์โบไฮเดรต,โปรตีน,แคลเซียม,ฟอสฟลอรัส,เบต้าแคโรทีนและวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซี มันเทศเป็นพืชสมุนไพรที่ได้ผ่านการวิจัยแล้วว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพืชผักอีกหนึ่งชนิดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ลดความอ้วนและต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ผู้ที่ออกกำลังกายสามารถรับประทานมันเทศก่อนหรือหลังออกกำลังกายก็ได้ 5. บร็อกโคลี เป็นผักที่แทบจะไม่มีแคลอรี่เลยแต่อุดมไปด้วยวิตามินที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบเดรตสามารถนำไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ สำหรับผักชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้เล่นกล้ามเพราะบล็อกโคลี่นั้นช่วยลดระดับฮอร์โมน Estrogen… read more »

กล้วยน้ำว้า อร่อย ดี มีประโยชน์

กล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยที่หาได้ง่ายทั่วไป แต่จะมีใครรู้บ้างว่ากล้วยน้ำว่านั้น มีประโยชน์มากตั้งแต่ผลดิบยันผลสุกเลยทีเดียว… กล้วยน้ำว้า timeline การรับประทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายอย่างที่ทุกคนทราบกันดี แต่การรับประทานกล้วยน้ำว้าในเวลา timeline ที่แตกต่างวัย ยังให้คุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแบบเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างกันอีกค่ะ กล้วยดิบ เปลือกภายนอกสีเขียวเข้ม ช่วยแก้โรคกระเพาะได้ดีเนื่องจากมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการเคลือบรักษากระเพาะและลำไส้ป้องกันการติดเชื้อ และด้วยตัวกล้วยดิบเองซึ่งมีฤทธิ์ในการลดกรดในกระเพาะ จึงเป็นยาทางธรรมชาติที่รักษาโรคกระเพาะที่ดีกว่ายาแผนปัจจุบันทั่วไป กล้วยดิบไม่สามารถรับประทานสดๆได้ วิธีการจึงต้องนำกล้วยมาฝานเป็นแว่นๆแล้วอบด้วยความร้อนต่ำไม่เกิน 50 องศา จนแห้งแล้วนำมาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา 3 ครั้งก่อนอาหาร โดยสามารถผสมกับน้ำผึ้งเพื่อให้รสชาติดีขึ้นง่ายต่อการรับประทาน กล้วยห่าม หรือกล้วยกึ่งดิบกึ่งสุก เปลือกภายนอกสีเหลืองแต่มีสีเขียวประปราย สามารถรับประทานได้สดๆ รสชาติไม่หวานจัดอาจติดรสฝาดเล็กน้อย กล้วยห่ามมีโพแทสเซียมสูง จึงให้ผลดีกับผู้มีอาการท้องเสียเนื่องจากผู้ป่วยจะสูญเสียโพแทสเซียมออกจากร่างกายมาก ซึ่งหากขาดมากอาจมีผลกระทบกับการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้กล้วยห่ามยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ และเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้กับผู้ป่วย สารเซโรโทนินในกล้วยห่ามยังช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย กล้วยสุก สีเหลืองสด รสชาติอร่อยที่ปกติเราชอบรับประทานกัน ให้ผลตรงกันข้ามกับกล้วยห่าม เนื่องจากเป็นยาระบายอ่อนๆให้ผลดีกับคนที่มีอาการท้องผูก เพราะมีสารเพ็กตินอยู่มาก เพ็กตินเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหารและที่สำคัญเป็นอาหารของแบ็คทีเรียในลำไส้ หรือ prebiotic ตามธรรมชาติ จึงช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกมากๆต้องรับประทานวันละ 5-6 ลูกเพื่อให้ได้ผลดี… read more »

ทำไมนอนกลางวัน ตื่นมาตอนเย็นแล้วปวดหัว?

หลายคนเป็นใช่ไหมครับ? ที่นอนกลางวันแล้วตื่นมาเย็นไปเลย จะรู้สึกว่าปวดหัวหนึบๆ และบางคนก็ถึงกับมีไข้เลย คนโบราณเรียกว่า “ตะวันทับตา” เขาถึงบอกว่าอย่าไปนอนกลางวันยาวแล้วตื่นมาตอนเย็น จริงๆ มีคำอธิบายนะครับ ปกติแล้วการไหลเวียนเลือดของร่างกายและอุณหภูมิของร่างกายคนเราเนี่ยปรับเปลี่ยนเล็กน้อย (ไม่เยอะมากเท่ากับสัตว์เลือดเย็น) ตามอุณหภูมิและแสงภายนอกครับ ร่างกายจะรับรู้ว่าแสงที่เริ่มอ่อนลง = อุณหภูมิเริ่มลดลง ก็จะขยายหลอดเลือดเพิ่มขึ้นให้เลือดไปเลี้ยงให้ร่างกายคงอุณหภูมิไว้พอดีๆ ได้ ทีนี้ร่างกายเรารับแสงจากไหน? ก็รับแสงด้วยตัวรับแสงจากตาไงครับ ดังนั้นการลืมตาก็จะรับแสงที่เข้ามาได้ จะส่งข้อมูลไปสมองได้ และสั่งการออกมาปรับโทนของหลอดเลือดตามเวลา ตามอุณหภูมิได้ครับ การหดขยายของหลอดเลือดถ้าค่อยเป็นค่อยไปไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ แต่การหลับยาว ตื่นมาอีกทีตอนแสงน้อยไปเลย หลับตอนบ่ายแสงจ้าๆ มาตื่นตอนเย็นๆแสงน้อยๆ เกิดอะไรขึ้น? ร่างกายก็ต้องรีบปรับโทนของหลอดเลือดทันทีทันใดเลย พอเส้นเลือดขยายทันทีทันใดก็เลยทำให้ปวดหัวหรือบางคนถึงกับมีไข้ได้เลย เพราะร่างกายถีบอุณหภูมิกายให้สูงขึ้นไปก่อนทันทีเลยไงครับ รู้อย่างนี้แล้วก็พยายามลดการนอนกลางวันดีกว่าครับ ถ้าจะหลับก็เอาแป๊บเดียวพออย่าเกิน 20-30 นาทีเลยครับ ที่มา : http://www.facebook.com/BNHHospitalfanpage/posts/559929867370091

บอกลาผมชี้ฟู สู่ผมสวยอยู่ทรง

ผู้หญิงทุกคนก็อยากมีผมสวยอยู่ทรงไปทั้งวัน แต่ปัญหาที่สาวๆ ส่วนใหญ่ต้องเผชิญก็คือผมชี้ฟูระหว่างวัน เมื่อหวีผมก็เกิดไฟฟ้าสถิต ยิ่งหวีก็ยิ่งชี้ฟู สาเหตุหลักมาจากสภาพผมที่ไม่มี น้ำหนัก เพราะขาดการบำรุง ปัญหาเหล่านี้กวนใจจนบางคนถึงกับขาดความมั่นใจ เพราะมัวแต่กังวล กับเส้นผมชี้ฟู ทำให้เสียบุคลิก ผู้เชี่ยวชาญด้านการล็อคผมสวยจัดทรงง่าย ‘ยูโกะ ยามาชิตะ’ มีเทคนิคการดูแลเส้นผมเพื่อให้อยู่ทรงและตรงสวยตลอดวันมาฝาก รู้จักลักษณะผมตัวเอง ถ้าผมแห้งกรอบหรือแตกปลาย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโปรตีนมาซ่อมบำรุง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ไม่เช่นนั้นผมจะยิ่งกระด้างชี้ฟู การบำรุงผมเป็นประจำเพื่อป้องกันไว้ก่อนเป็นการดี เพราะแม้สภาพผมยังไม่มีปัญหาวันนี้ แต่ในชีวิตประจำวัน ภาวะแวดล้อมและการทำผมอย่างหนัก อาจเป็นการบ่อนทำลายสุขภาพผมก็เป็นได้ ทำสวยต้องป้องกัน การทำผมแม้แต่การไดร์ก็สามารถบั่นทอนความชุ่มชื้นไปได้ ควรปกป้องเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงและป้องกันความร้อนก่อนไดร์ อย่าใช้ความร้อนมากเกินไป ส่วนทิศทางการเป่าผม ให้ถือไดร์ขนานกับผม เป่าผมในทิศทางไล่จากโคนจรดปลาย เพื่อให้ผมทิ้งตัวไปในทางเดียวกัน จากนั้นบำรุงอีกครั้งเพื่อล็อคความเงางามและอยู่ทรง ต้องชุ่มชื้นจึงจะอยู่ทรง ผมที่ทิ้งตัวอยู่ทรงและมีน้ำหนัก ต้องมีความชุ่มชื้นถึงจะไม่ชี้ฟู การใช้ครีมนวดผมจึงมีความสำคัญในการช่วยเติมสารบำรุงและความชุ่มชื้น แต่เมื่อชะล้างออกไป สภาพผมของบางคนอาจแห้งไว และไม่สามารถเก็บกักสารบำรุงจากครีมนวดผมได้ ลองเลือกใช้เซรั่มบำรุงผมหรือครีมบำรุงชนิดไม่ต้องล้างออก จะช่วยกระตุ้นเส้นผมให้มีชีวิตชีวาและจัดทรงให้ดีขึ้นได้ หากมีเวลามากขึ้นสาวๆ อาจใช้เวลาสุดสัปดาห์หมักผมหรืออบไอน้ำเสริมได้ ให้เวลาครีมนวดผมทำงานสักหน่อย การใช้ครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ มีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ควรนวดเส้นผมทิ้งไว้อย่างน้อย 5 นาที เพื่อให้ครีมได้แทรกซึมไปบำรุงผมก่อนล้างออก การนวดแรงๆ ไม่เป็นประโยชน์… read more »

เคล็ดลับผิวสวยด้วย “น้ำมะพร้าว”

เคยได้ยินไหมว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วผิวสวย เหตุผลก็คือในน้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ เพราะต้นมะพร้าวมีลำต้นสูง ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน ทำให้น้ำมะพร้าวที่ได้มามีความบริสุทธิ์ อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี นอกจากนี้ในน้ำมะพร้าวยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาทีและยังเป็นประโยชน์ในการ ขับสารพิษออกจากร่างกายด้วย จากผลงาน วิจัยพบว่าในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ที่จะทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของ เสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย คล้ายกับการทำ ดีท็อกซ์ จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับ สมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในร่างกายเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดี ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นสิวหรือมีรอบเดือนติดต่อกันไม่หยุด การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำยังมีส่วนช่วยให้ระบบภายในร่างกายดีขึ้น โดยช่วง แรกที่ดื่ม อาการเหล่านั้นอาจจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่นั่นถือเป็นสิ่งดี เพราะแสดงว่าร่างกายกำลังถูกกระตุ้นให้ขับของเสียออกมา และสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร หากไม่มีน้ำนมเพียงพอให้ลูกกิน ก็สามารถให้น้ำมะพร้าวเสริมแทนน้ำนมแม่ได้ เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีความบริสุทธิ์กว่านมผงหรือนมวัว และไม่มีสารเคมีเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเด็ก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย เนื่องจากมีปริมาณเกลือแร่… read more »

เมนูอาหารประจำตู้เย็น สำหรับคนลดความอ้วน

ถ้าเพื่อนๆ กำลังอยู่ระหว่างแผนการลดน้ำหนัก (ที่ดูท่านับวัน จะทะลุทะลวง เพดานขึ้นไปทุกที) แล้วละก็ วันนี้มีเมนูอาหาร หรือ รายการอาหารง่ายๆ ที่ควรรีบหามาใส่ตู้เย็นไว้มาฝากค่ะ ลองมาสำรวจกันดูซิว่าในตู้กับข้าวหรือตู้เย็นของเพื่อนๆ มีรายการอาหารเหล่านี้อยู่หรือยัง เริ่มจาก สลัดผัก พร้อมหม่ำ เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่าย ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ในห่อ จะมีผักใบเขียว ประเภท ผักกาดแก้ว ผักโขม แครอท แต่ถ้าอยากประหยัด จะซื้อมาทำเตรียมไว้เอง ก็ไม่ผิดกติกานะคะ นอกจากนั้น ผักอื่นๆ อย่าง แตงกวา มะเขือเทศราชินี มีติดไว้ก็ดีค่ะ สลัดผักทานยังไงก็ไม่อ้วนค่ะ แต่ถ้ากลัวว่า ลำพังสลัดผัก จะสลัดความอยากอาหารไว้ไม่อยู่ สลัดผลไม้ ก็น่าสนใจไม่หยอกค่ะ เอาผลไม้หลากหลายชนิด มาปอกและหั่นเป็นชิ้นพอคำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่โถแก้ว หรือชามใสๆ ให้ดูน่ากิน น้ำซอสหรือน้ำสลัด ก็ให้ซื้อไว้แต่แบบ น้ำสลัดไขมันต่ำ ย้ำ ไขมันต่ำนะคะ ถ้าเราจัดผักผลไม้ไว้อย่างดี แต่คลุกเคล้า ด้วยสลัดครีมข้นหวานมัน ก็สงสัยจะหยุดพิกัดน้ำหนักเอาไว้ได้ยากล่ะคะ แต่ถ้าเกิดเบื่อๆ สลัดผักน้ำใส… read more »

4 วิธีแก้อาการปวดหลัง

ใครที่มีอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้อาการปวดหลังมาฝากกัน ฝึกพิลาทิส เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลังคือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับ คือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อยๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือลง ว่ายน้ำ การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มาก เพราะ ไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดว่าย ท่ากบ เพราะต้องแอ่นหลังมาก ปรับเปลี่ยนท่านอน ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างหนุนโคนขาจะทำให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังแอ่นได้ ฉะนั้นควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย การหยิบจับของ ให้ย่อตัวแล้วยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อจะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้

รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

ใครที่มีอาการท้องเสียบ่อยๆ กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที วันนี้เรามีวิธีรักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่งมาบอก นำใบฝรั่งประมาณ 10-15 ใบมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วโขลกพอแหลก ใส่น้ำ 1 แก้วใหญ่ นำไปต้มใส่เกลือ พอเดือดยกลงนำมาดื่มแทนชา ได้ผลดี หรือนำผลฝรั่งอ่อนๆ มาฝานเอาแต่เปลือกกับเนื้อ ใส่เกลือเล็กน้อยแล้วกินรวมกัน หรือจะใช้ต้มดื่มเป็นน้ำฝรั่งก็ได้ นำใบฝรั่งสดที่ไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป มาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ ตักน้ำที่ได้จากการแช่ใบฝรั่งมาจิบทีละนิด ก็ช่วยรักษาได้เช่นกัน แต่อย่าจิบมากจนเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้ ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันได้

กล้วย สูตรลดน้ำหนักสุดฮิตของสาวๆ แดนซากุระ

ใครจะเชื่อว่า การรับประทานกล้วยหอม กลายเป็นมาสูตรลดน้ำหนักสุดฮิต ที่หนุ่มสาวแดนซากุระ แห่ทำตามจนแทบแย่งชิงกัน เพื่อให้ได้กล้วยหอมมาครอบครอง หวังลดน้ำหนักได้เพรียวกันถ้วนหน้า สูตรลดน้ำหนัก ที่ตกเป็นข่าวโจษขานเมื่อไม่นานมานี้ แนะนำให้ กินกล้วยหอม 1-2 ผล พร้อมกับน้ำในอุณหภูมิห้องในมื้อเช้า ส่วนมื้อกลางวันและเย็นสามารถกินได้ตามปกติ อาจจะเพิ่มอาหารว่างตอนบ่ายสาม สิ่งสำคัญคือ งดของหวานและเข้านอนก่อนเที่ยงคืน “ในทางโภชนาการแล้ว สูตรดังกล่าวสามารถลดน้ำหนักได้จริง หากเป็นคนที่ไม่ทานอาหารเช้าเลย หรือทานอาหารเช้าที่หนักเกินไป” แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายความเป็นไปได้ กล้วยหอม 1 ลูก น้ำหนักประมาณ 100 กรัม (ไม่รวมเปลือก) จะให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ในกรณีที่กินข้าวเช้าตามปกติ เช่น ข้าวมันไก่ 1 จาน ที่ให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี หากเปลี่ยนมากินกล้วยหอมเป็นมื้อเช้า ก็จะได้แคลอรีน้อยลง ในขณะเดียวกัน หากว่ากันตามสูตรก็จะให้กินพร้อมกับน้ำ ทำให้อิ่มเร็วขึ้น สำหรับคนที่ไม่เคยกินข้าวเช้า นักโภชนาการบอกว่า สูตรนี้ช่วยได้อย่างมาก เนื่องจากจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน… read more »

มาบำรุงผิวหน้าหนาวกันเถอะ

ผู้หญิง หลายๆ คนอาจจะมีอาการผิวแห้ง ได้ในหน้าหนาว อาการ “ผิวแห้ง ” เป็นผลมาจาก ครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำ ที่ถูกกักเก็บไว้ในผิวหนัง ระเหยไปตามธรรมชาติผ่านผิวหนังของเราทุกวัน โดยที่เราไม่รู้ตัว ในช่วงหน้าหนาว หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นแก้หนาวกัน แต่ก็มักจะเจอกับปัญหาผิวแห้งตามมา เคล็ดลับการอาบน้ำอุ่นและลดอาการผิวแห้ง คือ หลังอาบน้ำเสร็จ 3 นาที ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ บำรุงผิวทันที หรือหันมาดื่มน้ำอุ่นแทนการอาบน้ำก็ได้ ถือเป็นการบำรุงภายในสู่ภายนอก โดยเฉพาะการดื่มน้ำหลังจากตื่นนอนก็เป็นการล้างสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ ขับเหงื่อได้ดี ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง สำหรับการทำความสะอาดผิวกาย อาจใช้สบู่อ่อนก็เพียงพอแล้ว ถ้ามีผิวแห้งมากควรใช้ครีมบำรุงผิวเป็นตัวช่วย ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาใบหน้าและตัว ควรงดการใช้สบู่สำหรับสครับ ขัดถูใบหน้า การใช้ครีมบางตัว เช่น กรดผลไม้ กรดวิตามินเอ ครีมรักษาสิว ต้องระวัง เพราะทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่าย ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรทายาให้น้อยลงหรืองดเป็นช่วงๆ สภาพอากาศแห้งในหน้าหนาวทำให้ผิวแห้งได้ง่าย ผลิตภัณฑ์บางชนิดทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น ควรระมัดระวังในการใช้อย่างพวกเจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ ด้วยส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้มือแห้งและเล็บเปราะได้ง่าย สบู่ที่มีฟองเป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก เพราะสารที่ทำให้เกิดฟอง จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ ส่วนชายหนุ่มที่ชอบทาลิปบาล์มโดยเฉพาะประเภททาแล้วเย็นที่มีส่วนผสมของเมนทอลและการบูร จะทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น

กินอาหารให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด

การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดนั้น กำลังได้รับความนิยมโดย Dr.Perer J.D’Adammo ให้คำอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดที่ต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียวและจับเกาะติดเลือดเรียกว่า “เล็คติน” ถ้ากินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมนอีกด้วย หลายคนที่เอาหลักการนี้ไปแล้วลองทำกับข้าวกินเองต่างก็บอกว่า ‘น้ำหนักลดลง’ ไปกินอาหารนอกบ้านก็ไม่ลำบาก เพราะเราสามารถเอาหลักการกินตามกรุ๊ปเลือดไปปรับใช้ได้ กรุ๊ป A  : คนเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็ง กรุ๊ปเอจึงถูกจัดเป็นพวกมังสวิรัติ  อาหารที่เหมาะกับกรุ๊ป A  เนื้อสัตว์ : ห่าง ๆ จากเนื้อสัตว์ทุกชนิดไว้เป็นดี แต่ปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากระพงก็พอกินได้ แต่ถ้ากิน ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง และเต้าหู้ เพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์จะดีกว่า  ผัก : เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยบร็อคโคลี แครอท กระเทียม หัวหอม ฟักทอง และผักโขม… read more »

ทุเรียน กล้วยไข่ ขนุน ลิ้นจี่ ช่วยหยุดภาวะอัลไซเมอร์

นักวิชาการชี้ “โฟเลต” จำเป็นต่อร่างกายทุกช่วงอายุ แนะกินผลไม้ไทยทั้งทุเรียน กล้วยไข่ ขนุน ลิ้นจี่ มีโฟเลตเพียบ ช่วยป้องกันความพิการในทารก หยุดภาวะอัลไซเมอร์ แต่ต้องกินอาหารให้มีความหลากหลายและสมดุลเหมาะสม รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ กล่าวว่า โฟเลตเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญกับคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แม่ก็ต้องการโฟเลตมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยหยุดภาวะความพิการของทารกได้ ทำให้เซลล์ตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นปกติ ลดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ หรือกระดูกสันหลังไม่ปิดได้ ขณะที่ทารกก็ต้องการเพื่อพัฒนาเซลล์สมอง ส่วนคนสูงอายุจะช่วยลดภาวะอัลไซเมอร์ได้ นอกจากนี้ โฟเลตยังช่วยหลั่งสารซีโรโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอน ความหิว ความอยาก และอาการซึมเศร้า ซึ่งโฟเลตจะอยู่ในพวกผักใบเขียว แต่ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ดังนั้น การรับประทานให้ได้โฟเลตตามปริมาณที่ร่างกายต้องการคือวันละ 300 ไมโครกรัมต่อวัน จึงเป็นเรื่องยาก ซึ่งบางประเทศจะพบอุบัติการณ์การขาดโฟเลต เช่น มาเลเซีย พบประมาณร้อยละ 10 รศ.ดร.รัชนี กล่าวอีกว่า จากการวิจัยเพื่อหาค่าของสารอาหารในอาหารแต่ละประเภท พบว่า โฟเลตนอกจากจะอยู่ในผักใบเขียว ยังอยู่ในผลไม้ไทยด้วย คือ ทุเรียนชะนีไข่ หมอนทอง กล้วยไข่ ขนุน มะละกอ ลิ้นจี่… read more »

Sidebar



Skip to toolbar